Lanna Lacquerware decoration image

การผลิตเครื่องเขินบ้านนันทาราม

การผลิตเครื่องเขินบ้านนันทาราม ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

เครื่องเขินนันทาราม มีโครงสร้างเป็นโครงสานลายขัดด้วยเส้นตอกไม้ไผ่ ที่มีการเหลาให้ได้ขนาดเล็ก เรียบบางคล้ายทางมะพร้าวสานขัดกับตอกเส้นบางแบนเป็นรูปแฉกรัศมีจากก้นของภาชนะ จนได้รูปทรงตามที่ต้องการ มีโครงที่แน่นแข็งแรง เรียบเสมอกันโดยตลอด เมื่อทารักสมุกแล้วขัด ก็จะได้รูปภาชนะที่ค่อนข้างเรียบ เกลี้ยงบาง และมีความเบา การตกแต่งเครื่องเขินชนิดนี้ มีลักษณะเด่นที่นิยมการขูดลาย หรือภาษาพื้นถิ่นเรียกว่า ฮายดอก หรือ ฮายลาย แล้วนำยางรักที่ผสมกับสีชาดถมลงไปในร่องที่กรีดไว้ เมื่อขัดแล้วจะมองเห็นเส้นลวดลายสีแดงฝังอยู่ในพื้นดำ

เครื่องมือและอุปกรณ์

  1. มีดเหลา เป็นมีดเล็กสั้น ปลายแหลม ส่วนคมโค้ง ด้ามโค้งยาว ด้ามทำด้วยไม้โค้งพอเหมาะกับผู้ใช้ ช่างจะใช้มีเหลาสำหรับจักเส้นตอกไม้ไผ่ให้เป็นเส้นตอก 3 ลักษณะ คือ
    1. การจักตอกปื้น คือการจักตอกตามส่วนกว้างของไม้ไผ่ แล้วเหลาตอกให้บางเรียบตลอดเส้น
    2. การจักตอกตะแคง คือการจักตอกตามความหนาของไม้ไผ่
    3. การจักตอกกลม คือการจักตอกให้เป็นเส้นสี่เหลี่ยม แล้วเหลาลบเหลี่ยมให้กลม

      มีดเหลา

  2. แบบภาชนะในการขึ้นรูปเครื่องเขิน ทำจากไม้กลึงทรงกลม ใช้เป็นแบบในการขึ้นรูปภาชนะ ช่างจะทาบเส้นตอกและสานเส้นตอกขึ้นรูปไปตามแบบจนถึงของภาชนะ แบบจะใช้ไม้ทำเป็นก้านสวมเข้ากับท่อพลาสติก เสียบลงในกระบอกไม้ไผ่ที่ติดกับส่วนฐานไม้ เพื่อหมุนแบบไปพร้อม ๆ กับการสานเส้นตอกเป็นอุปกรณ์เสริมคล้ายแป้นหมุนในการขึ้นรูปภาชนะ

    แบบภาชนะในการขึ้นรูป ขั้นที่ 1

    แบบภาชนะในการขึ้นรูป ขั้นที่ 2

    แบบภาชนะในการขึ้นรูป ขั้นที่ 3

  3. แปรง ใช้สำหรับทายางรักและชาด ขนแปลงละเอียด มีความกว้างประมาณ 1 – 2 นิ้ว ด้ามทำด้วยไม้ยาวประมาณ 5 นิ้ว

    แปรง 1

    แปรง 2

  4. งอง เหล็กปลายแหลมคล้ายมีดเล็ก ด้ามทำจากไม้ไผ่ขนาดพอเหมาะกับมือช่าง ใช้สำหรับขูดผิวขันไม้ก่อนขัดผิวด้วยกระดาษทราย

    งอง

    งองเดี่ยว

  5. กระดาษทราย ใช้สำหรับขัดผิวเครื่องเขิน ช่างจะเลือกใช้กระดาษทรายที่มีความหยาบและละเอียดในการขัดผิวเครื่องเขินในแต่ละชั้นเพื่อทายารัก ในขั้นตอนเตรียมพื้นผิวนี้สำคัญมากเพราะจะทำให้ผิวของเครื่องเขินเรียบเนียนและเงาสวยซึ่งเกิดจากขั้นตอนของการขัดผิวเครื่องเขิน

    กระดาษทราย

  6. เหล็ก ทำจากเหล็กกล้าตีขึ้นรูปกลม ปลายแหลมคม มีขนาด 15 – 18 เซนติเมตร ใช้สำหรับขูดเซาะร่องทำลวดลาย

    เหล็กปลายแหลมคม ขูดเซาะร่องทำลวดลาย

ขั้นตอนการผลิตเครื่องเขินแบบฮายลาย หรือลายขุด

บ้านนันทาราม ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีขั้นตอนในการผลิต ดังนี้

  1.  ใช้ไม้ไผ่เฮียะจักเป็นเส้นแบน โดยการผ่าเป็นซีกขนาด 1 ซ.ม. เอาผิวออกและจักเป็นเส้นยาว ๆ เพื่อเตรียมสานขึ้นรูปเป็นภาชนะเครื่องใช้ต่างๆ
  2. การขึ้นโครง โดยสานเส้นตอกปื้นเป็นโครงแล้วนำเส้นตอกกลมสานขึ้นรูปภาชนะขันโอเล็ก
  3. นำแบบไม้ขนาดเท่ากับขันโอมาทาบกับเส้นตอกที่สานเตรียมไว้เป็นก้นภาชนะ ใช้เชือกผูกเข้ากับแบบแล้วดันโครงพร้อมกับสานให้เข้ากับแบบจนถึงส่วนปากโอ จะได้ภาชนะที่สานเสร็จพร้อมที่จะลงยางรักชั้นแรก 
  4. เมื่อได้เป็นรูปโครงร่างต่าง ๆ นำยางรักทาขอบปากโอเพื่อเก็บขอบเส้นตอกกันไม่ให้หลุด ทิ้งไว้ให้แห้ง
  5. นำกากยางรักทาจนทั่วภาชนะ หรือโครงประเภทไม้ไผ่ และนำภาชนะไปผึ่งอากาศบนตระแกรงไม้ในบริเวณที่มีความชื้นจะทำให้แห้งเร็ว
  6. เมื่อยางรักแห้งแล้ว เอาเหล็กปลายแหลม (งอง) ขูดตกแต่งผิวที่ขรุขระให้เรียบ โดยใช้เครื่องกลึงให้เรียบทั้งด้านนอกและด้านใน แล้วใช้กระดาษทรายขัดผิวภาชนะให้ผิวเรียบเนียน
  7. นำมาลงสมุก (เรียกสมุกว่า “มุก”) สมุกเหล่านี้ส่วนผสมของน้ำรักกรองแล้ว 3 ส่วนผงขี้เถ้าแกลบเผาตำละเอียด 1 ส่วน (เมื่อทาสมุกที่ขอบปากด้านนอกแล้ว ผึ่งไว้ให้แห้งประมาณ 7 วัน) ปัจจุบันได้ใช้ดินสอพองแทนผงขี้เถ้าแกลบเป็นส่วนผสมของสมุกรัก
  8. ลงสมุกทั้งด้านนอกและด้านใน ผึ่งไว้ให้แห้งด้านละ 2 วัน สมุกตอนนี้ส่วนผสม คือ น้ำรักที่กรองแล้ว 1 ส่วน ดินเหนียวละเอียดร่อนแล้ว 1 ส่วน น้ำ 1 ส่วน เมื่อแห้งแล้วใช้กระดาษทรายขัดทั้งด้านนอกและด้านในให้เรียบแล้วทาสมุกเหลว (มุกเหลว) อีกครั้งหนึ่ง ผึ่งไว้ให้แห้งด้านละ 2 วัน (ถ้าหากเป็นฤดูฝนจะแห้งประมาณ 4 วัน)
  9. ทารักที่กรองแล้ว ทั้งด้านในและด้านนอก ผึ่งไว้ให้แห้ง (ด้านในและด้านนอกใช้เวลาอย่างละ 2 วัน) แล้วขัดให้เรียบใช้กระดาษทรายน้ำเบอร์ 220 ,800 ทั้งด้านนอกด้านใน ผึ่งไว้ให้แห้งใช้เวลา 2 วัน จากนั้น (ทารักและทำตามขั้นตอนเดิมอีก 2 ครั้ง รวมทั้งหมด 3 ครั้ง)
  10. นำมาลงรักเงา (รักเงาอย่างดีที่ 1 กรองแล้ว) หรือถ้ารักไม่ดี ควรใช้ส่วนผสมดังนี้ รักดิบ 2 กิโลกรัม รักเชื้อ 1 ถ้วย แมกนีเซียม 5 กรัม โปแตสเซียม 1 กรัม น้ำ 100 กรัม น้ำมันถั่ว 150 กรัม นำโปแตสเซียมไปตั้งไฟให้ละลาย และนำน้ำมันถั่วไปตั้งไฟให้อุ่น นำไปกวนกลางแดด ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก่อนจะนำไปทาต้องตักออกใส่ถ้วยแก้ว ใส่น้ำมันสนกวนให้เหลวเข้ากันดี แล้วใช้ผ้าขาวบางและกระดาษสารองหลาย ๆ ชั้น กรองเสียก่อนจึงทาได้ การลงรักเงานั้น ลงด้านนอกแล้ว นำไปอบในห้องอบให้แห้งประมาณ 7 วัน เมื่อแห้งแล้วทารักเงาด้านใน แล้วนำเข้าห้องอบประมาณ 10 วัน เพื่อให้พื้นรักแข็งนำไปขุดลวดลายได้ดีการทารักเงาเป็นการทาครั้งสุดท้ายของขั้นตอนการลงรัก จึงต้องผึ่งในห้องเพื่อป้องกันฝุ่นละอองไปติด ถมด้วยทรายแล้วเอาน้ำใส่พอให้มีความชุ่มชื้น จะทำให้รักแห้งเร็วขึ้น
  11. การฮายลายหรือขุดด้วยเหล็กมีคมหรือแหลม เป็นลวดลายตามถนัด
  12. การทำลายสีโดยการใช้สีฝุ่นผสมกับน้ำปูนใส (ปูนขาว) ให้ส่วนผสมเท่า ๆ กัน ใช้กระดาษทรายละเอียดขัดให้เรียบ น้ำสีจะติดอยู่ในร่องที่แกะหรือขุดไว้เป็นสีต่าง ๆ ตามที่ต้องการส่วนที่เหลือก็เป็นสีดำตามสีรัก ในสมัยก่อนเมื่อ 60-80 ปีมาแล้ว ใช้น้ำปูนขุ่นผสมวัตถุอื่น ๆ เป็นน้ำสี เช่นสีขาวก็ใช้น้ำปูนขาวล้วน สีส้มใช้น้ำปูนกับขมิ้น สีเหลืองใช้น้ำปูนกับหรดาล (แร่ชนิดหนึ่งเป็นสีเหลืองเมื่อจะใช้นำมาผสมกับน้ำจะได้สีเหลืองขุ่น ๆ ขณะนี้ยังนิยมใช้หรดาลอยู่กับเครื่องเขินลายขุด) ถ้าเป็นสีแดงจะใช้น้ำปูนแดงผสมสีเสียดและขมิ้น ปูนนี้เวลาผสมจะเดือดปุด ใส่เกลือผสมลงไปเล็กน้อย น้ำสีอย่างนี้ใช้ทาลงไปบนภาชนะแล้วเอาผ้าเช็ด สีจะติดอยู่ในร่องที่แกะหรือขุดไว้ แต่ขณะนี้นิยมใช้สีฝุ่นกันมาก

การทำลายสี 1

การทำลายสี 2

การทำลายสีเสร็จสมบูรณ์